บทที่ ๕ คุณค่าของความสุข ขาดทุนคือ กำไร

บทที่ ๕

บทที่ ๕

คุณค่าของความสุข ขาดทุนคือ กำไร

นักจิตวิทยา กล่าวไว้ว่า ความสุข คือ ความพอใจในชีวิต พอใจในความเป็นอยู่ของเรา..ความสุขอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปเมื่อ เวลาเปลี่ยนไปแต่ละคนต่างก็มีมูลเหตุแห่งความสุขในชีวิตที่แตก ต่างกันออกไป

ถ้ามองว่า “ลมหายใจ” เป็น “กำไร” จะไม่มีสิ่งใดในชีวิต ที่เรียกว่า “ขาดทุน

หากต้องการเป็นคนที่มีความสุข ควรเริ่มต้นด้วยการยิ้มกับ ตัวเองเมื่อตื่นนอนตอนเช้า มีความสุขกับการที่ได้ตื่นขึ้นมาได้อีก วันหนึ่ง แล้วให้นึกถึงความดีที่เคยทำมาไว้ในอดีต สร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับตัวเอง ระลึกถึงคุณค่าของตัวเองที่ได้เคยทำสิ่งดีๆ เอาไว้ ให้ นึกซ้ำๆ ใจของเราก็จะเกิดความอิ่มเอิบใจ และเชื่อว่าตัวเองมี ความดี มีความสุข เราก็จะเกิดความอยากมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างสิ่งที่ ดีๆ ให้กับชีวิตต่อไป ต้องอวยพรให้กับตัวเองเสมอๆ ชื่นชมตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้คนอื่นมาชื่นชมเรา อย่าสาปแช่ง หรือคิดตำหนิตัวเอง

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับปัจจุบัน ทำกิจกรรมในวันนี้และ เวลานี้ให้ดีที่สุด ทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ไม่ทุกข์ร้อนหรือคาดหวัง กับผลลัพธ์ของมัน ไม่ว่าจะถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ตาม

ขอเพียงชื่นชมในความตั้งใจของตัวเอง การได้ทำอย่างเต็ม ความสามารถของตนเอง และคิดต่อไปว่า ในอนาคตเราจะต้องทำให้ ดีกว่านี้ นอกจากนั้น จะต้องเลิกจดจำ เลิกนึกถึงเรื่องที่ไม่ดีที่เกิด ขึ้นในอดีต เพราะการจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีในอดีตนั้น เป็นเสมือน การไปสะกิดแผลในใจ และจะทำให้เรายิ่งเจ็บปวดมากขึ้น ส่งผลให้ ชีวิตในปัจจุบันไม่มีความสุข

ใช้เวลาที่มี ทำแต่สิ่งดีๆ ให้แก่กันและกันไม่จำเป็นต้องเป็นวันสำคัญ แด่ทำทุกๆ วัน ให้รู้สึกดี มีความสุข

ถ้าทำได้เช่นนี้ เราก็จะเป็นคนที่คิดบวก มองอนาคตในแง่ดี ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆ มีความหวังที่ดีในชีวิตตลอดเวลา แล้ว เราก็จะพบว่า โลกนี้มีสิ่งที่ดีงาม และชีวิตเป็นสิ่งที่น่ารื่นรมย์

ตามเนื้อหาและหลักการปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงทรงปลูกฝังแนวพระราชดำริให้ประชาชนรับไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ทรงชี้ให้เห็นความ สำคัญของ “คุณค่า” มากกว่า “มูลค่า” เพราะมูลค่านั้นขาดจิต วิญญาณ เน้นที่จะตอบสนองต่อความต้องการซึ่งไร้ขอบเขต ซึ่งถ้า ไม่สามารถควบคุมได้ ก็จะมีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่าง ทำลายล้าง ไม่สมเหตุสมผล และจะมีปัญหาที่จะตามมาคือ การ บริโภคที่ก่อให้เกิดความทุกข์หรือพาไปหาความทุกข์ และการบริโภค ที่เน้นมูลค่า จะไม่มีโอกาสบรรลุวัตถุประสงค์ที่จะก่อให้เกิด “ความ พอใจและความสุข (Maximization of Satisfaction)” ได้เลย

ผู้บริโภคจึงต้องใช้หลัก “ขาดทุนคือกำไร (Our loss is Our Gain)” จึงจะสามารถควบคุมความต้องการที่เกิดจากการ แสวงหาอย่างไม่มีขอบเขตจำกัดได้

ผลที่ตามมาก็คือ แม้จะขาดทุนในเชิงเศรษฐศาสตร์อยู่บ้าง แต่จะส่งผลกำไรทางจิตใจ และผลกําไรทางสังคม ก่อให้เกิดความ สุขอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตตามแนว “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่ผูกพันเกี่ยวข้องกับทุกๆ คนไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ มี ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่างกันอย่างไร เป็นคนหาเช้ากินค่ำหรือเป็นเศรษฐีมั่งมีเงินทอง ทุกคนสามารถน้อมนำปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปประยุกต์ใช้ได้ดีเสมอ

King His Majesty has instilled a royal initiative for the people to continue to practice. Pointed out the importance of “value” rather than “value” because that value lacked the spirit, focused on responding to boundless needs which, if uncontrollable Will have limited use of resources that are destructive, irrelevant And there will be problems that will follow: consumption that causes suffering or take to find suffering and consumption that is worth Will not have the opportunity to achieve the objectives that will cause “satisfaction and happiness “Maximization of Satisfaction”

Consumers must therefore use the principle “Loss is profit (Our loss is Our Gain)” so it can control the demand caused by Seek without limits

The result is Despite some economic losses But will deliver mental profits And social profits Cause Sustainable happiness

บทที่ ๕

ขอขอบคุณ : google.com

แนะนำติชม : scribblingsandsuch.com

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สร้างความสุข และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร