บทที่ ๑๐ พุทธศาสนาสอนไว้ว่า

บทที่ ๑๐บทที่ ๑๐

 

พุทธศาสนาสอนไว้ว่า

“ถ้าสามารถกำหนดจิตให้เผชิญกับความตายด้วยใจสงบ

หรือวางจิตให้เป็นกุศล จิตก็จะไปสู่สุคติ”

คุณแม่ของผม แม้ต้องเผชิญกับโรคร้าย แต่สามารถใช้ ธรรมะระงับความเจ็บปวด ด้วยการเข้าใจถึงความไม่เที่ยงของสังขาร ว่า เมื่อไม่ยึดติด จิตหลุดพนสู่สุคติได้ ในจังหวะสุดท้ายของชีวิต ท่านจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนที่ “ยังคงมีความสุขได้ แม้ร่างกาย จะอ่อนโรย” และเมื่อวันนั้นมาถึง ท่านก็ยังคงยิ้มรับ และมีความพร้อมที่จะจากโลกนี้ไปด้วยใจที่เป็นสุข

ท่านละสังขารไปด้วยการมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน มั่นคง ไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง ผมจึงเชื่อว่า ดวงวิญญาณของท่านมุ่งไปสู่ สุขคติภูมิ เพราะเมื่อถึงวันประชุมเพลิง เราพบว่า กระดูกของท่าน มีสีขาวสะอาด และ ผมก็ไม่เคยฝันถึงท่านอีกเลย ทั้งๆ ที่ผมยังคง ระลึกถึงพระคุณของท่านอยู่ในใจเสมอมา

มีภาษิตตะวันตกบทหนึ่ง กล่าวไว้ว่า “คุณอาจเป็นเพียงคน หนึ่งบนโลกใบนี้ แต่คุณอาจเป็นโลกทั้งใบของใครคนหนึ่งก็ได้”

แม้ลูกๆ จะเป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนที่ไม่มีความสำคัญมากนัก ใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ ในสังเวียนชีวิตของโลกใบนี้ แต่คุณแม่ก็มักจะ พูดกับพวกเราเสมอว่า

“คนอื่นอาจจะบอกว่าเรา “ไร้ค่า”

แต่แม่จะบอกกับเรา เสมอว่า

เรานะ “มีค่าที่สุดในเชีวิตแม่”

คุณแม่เป็นเสมือนพระพรหมผู้สร้าง เป็นพระอรหันต์ เป็น ครูคนแรก ท่านเป็นยอดวีรสตรี และเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของลูกๆ เสมอมา สิ่งเดียวที่คุณแม่ปรารถนาก็คือ ขอให้ลูกๆ ทุกคนเป็น คนดี และพวกเราก็ไม่ทำให้ท่านผิดหวัง

“ความหมายของชีวิต มิได้อยู่ที่เขาได้รับสิ่งใด

แต่อยู่ที่เขาปรารถนาจะได้รับสิ่งใด

(คาห์ลิล ยิบราน)

คุณแม่จากลูกๆ ไปแล้ว ตามวิถีชีวิตที่ลิขิตไว้ แม้ชีวิตของ ท่านอาจจะไม่ได้รับการบันทึกไว้ในความทรงจำของคนทั่วไป แต่ สำหรับพวกเราแล้ว ท่านคือบุคคลสำคัญที่สุดของพวกเรา

“คุณแม่ของผม อาจจะเป็นเพียงหญิงชราธรรมดาคนหนึ่งที่ ไม่เคยได้รับรางวัลแม่ดีเด่นแห่งปี แต่ท่านก็เป็นเช่นโลกทั้งใบของผมเสมอมา

พระพุทธองค์ทรงสอนให้มนุษย์เราหมั่นปรารภถึงความตาย อยู่เป็นนิจ อย่าให้ความตายถูกกันไว้ห่างไกลจากชีวิต เราจะได้ไม่ รู้สึกหวาดหวั่นและได้รู้จักกับความตายมากขึ้น ฝึกจิตให้ตระหนัก คิดได้ว่า ทุกสิ่งในชีวิตเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

อนิจจัง แปลว่า ไม่เที่ยง ไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ทุกขัง แปลว่า สภาพสังขารที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้

อนัตตา แปลว่า ไม่ใช่อัตตา ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ควรยึดมั่นถือมัน

คนส่วนใหญ่มักเมินเฉยกับความตายของคนที่ตนไม่เกี่ยวข้องผูกพัน แต่เมื่ออยู่มาวันหนึ่ง วันที่พ่อ แม่ ญาติพี่น้องหรือ ใครสักคนที่เรารัก ต้องจากไป เราก็โศกเศร้าอาลัยกันอย่างสุดใจ โดยลืมนึกไปว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ที่ไม่สามารถกําหนดได้ล่วงหน้า ตัวเราเองก็ต้องก้าวไปสู่วันนั้น เช่นกัน

คุณหาคำตอบให้กับตัวเองได้หรือยังว่า พร้อมไหม… ที่จะทำใจยอมรับ

ผู้เอาชนะโรคมะเร็ง

นอกจากกรณีของคุณแม่แล้ว ผมยังมีตัวอย่างจากอีก หลายๆ ท่าน ที่ยังคง “มีความสุขได้ แม้ร่างกายอ่อนแรง” ท่านเหล่านั้น สามารถทำจิตใจให้เป็นปกติสุข อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติกับโรคร้าย ในร่างกาย

ผมขอยกกรณีของแม่ชีสุขี แห่ง “สำนักปฏิบัติธรรม แม่ชีสุขี จิตเจริญ” ซึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๑ บ้านคลองรำ ตำบลทุ่งหมอ อำเภอ สะเดา จังหวัดสงขลา แม่ชีสุขีทราบว่า ตัวเองล้มป่วยด้วยโรคมะเร็ง ตบเมื่อท่านมีอายุย่างเข้าสู่วัยกลางคน แต่ท่านก็ไม่ได้ตื่นตระหนก กับอาการป่วย ที่ใครๆ ต่างพากันหวาดกลัว

ท่านใช้วิธีรักษาตัวของท่านเองด้วยการปฏิบัติธรรม อบรม จิตของตัวเองให้เกิดความสงบ ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่น รับ ประทานอาหารมังสวิรัติ ท่านมี “พลังของการคิดบวก” มองโลกใน แง่ดี มองชีวิตผ่านสายตาที่อ่อนโยน… งดงาม

คิดอยู่แต่ในแง่ลบ เท่ากับกลบตัวเองทั้งเป็น มองโลกในแง่ดี ชีวิตก็จะมีแต่สิ่งที่สวยงาม

ปัจจุบันแม่ชีสุขี มีอายุ ๘๗ ปี ท่านยังคงมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขกับการสั่งสอนธรรมปฏิบัติให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ศูนย์ปฏิบัติ ธรรมของท่านตลอดมา

หากคุณมีโอกาสแวะไปที่จังหวัดสงขลา ผมเชื่อว่า ส่วนใหญ่ มักจะเลยไปเที่ยวที่ด่าน BUKIT KAYU HITAM ของรัฐเคดาท สหพันธรัฐมาเลเซีย บริเวณตรงกันข้ามกับด่านศุลกากรสะเดาของไทย

ก่อนจะไปถึงอำเภอสะเดา ผมขอแนะนำให้ชักชวนกันแวะ เธบัติธรรมที่ “สำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีสุขี จิตเจริญ” สัก ๑ วันก่อน ที่จะเลยไปเที่ยวที่ด่าน BUKIT KAYU HITAM

ที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ สิ่งก่อสร้างจะเป็นศิลปะแบบจีน มีกุฎิทรงไทย มีรูปปั้นขนาดใหญ่ของหลวงปู่ทวด สมเด็จหลวงพ่อโต และพระโพธิสัตว์กวนอิม ไว้ให้สักการะ ที่สำคัญคือ มีกุฏิเล็กๆ ทรง จีน ประมาณ ๓๐ กว่าหลัง ไว้คอยให้บริการฟรีแก่ผู้ที่ประสงค์จะ พักค้างคืน เพื่อสวดมนต์และนั่งปฏิบัติธรรม ทำสมาธิที่ศาลาสวดมนต์

ตื่นเช้าขึ้นมาก็จะมีบริการอาหารเจที่โรงครัว บริการฟรีทั้ง ๓ มื้อ และที่สถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ แม่ชีสุขีกำลังก่อสร้างศาลา หลังคาทรงไทยหลังใหญ่ ทําด้วยไม้สักทองทั้งหลัง สร้างด้วย สถาปัตยกรรมที่สวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก

หากคุณมีเวลามากพอที่จะเที่ยวท่องโลก ขอให้เจียดเวลา ของคุณสักนิด ลองแวะไปเที่ยวท่องธรรมกันบ้าง เพื่อประสบการณ์ที่ดีของชีวิต

บทที่ ๑๐

ขอขอบคุณ : google.com

แนะนำติชม : scribblingsandsuch.com

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สร้างความสุข และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร