บทที่ ๑๒ โชคดีที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน

บทที่ ๑๒

บทที่ ๑๒

โชคดีที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน

อ่านหัวข้อนี้แล้ว คุณคงจะคิดหงุดหงิดอยู่ในใจว่า ผมต้อง เสียสติไปแล้วแน่!

คุณมีสิทธิ์ที่จะคิดเช่นนั้น เพราะผู้คนส่วนใหญ่มักจะมองว่า ยังป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงิน เป็นบุคคลที่น่าสงสาร เพราะโรคนี้ไม่ สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่นเดียวกับอาการเจ็บป่วยด้วยโรคข้อเข่าเสื่อม

นั่นแสดงว่า ผมเป็นคนที่โชคร้าย เพราะเป็นทั้งโรคข้อเข่า เสื่อมและโรคสะเก็ดเงิน แล้วยังอุตริพูดว่า “โชคดี” ได้อย่างไร

หากมีคนบอกกับคุณว่า เขาป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงิน ก็อย่า เพิ่งแสดงอาการรังเกียจเดียดฉันท์เขาเลย เพราะโรคนี้ไม่เป็นโรค ติดต่อ

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่เกิดจาก เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วกว่าปกติ ทําให้ชั้นหนังกำพร้าหนาขึ้น เกิด เป็นลักษณะขึ้นแดง และเป็นสะเก็ดสีเงินด้านบน ถ้าแกะหรือเกาจะ ทาให้สะเก็ดหลุดลอกและมีจุดเลือดออก มักเกิดกับผิวหนงบ ที่ถูกเสียดสีบ่อย ๆ รวมทั้งที่ศีรษะและเล็บด้วย

ผู้ป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงิน มักมีอาการกำเริบเวลามีภาวะ เครียดทางกายและจิตใจมากเกินไป มีการพักผ่อนไม่เพียงพอ การติดเชื้อ การได้รับบาดเจ็บ การขูดข่วนผิวหนัง การแพ้แดด การแพ้ ยาบางชนิด เช่น Chloroquin, Beta-Blocker, Contracepti และ NSAIDs

อาการของโรคมักจะค่อยๆ เกิด และเป็นๆ หายๆ หาก อาการรุนแรงก็จะมีอาการปวดข้อภายหลังจากการมีผืนขึ้นทาง ผิวหนัง ข้อที่ปวดมักจะเป็นข้อเล็กๆ เริ่มที่ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า มัก จะเป็นทั้งสองข้าง บางครั้งอาจจะเป็นข้อใหญ่ เช่นข้อเท้า ข้อเข่า ก็ได้

เชื่อหรือไม่ว่า โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยมาก เมื่อเปรียบเทียบต่อประชากรจำนวน ๑๐๐ คน จะมีผู้ป่วยเป็นโรคนี้ ถึง ๒ คน หรือเท่ากับคนไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคนี้มากกว่า ๑ ล้านคน เลยทีเดียว

ผมจึงตัดสินใจเล่าเรื่องโรคสะเก็ดเงิน ก็เพื่อจะบอกว่า หาก ท่านผู้ใดที่ป่วยด้วยโรคนี้ ก็อย่าทุกข์ใจไปนักเลย

ผู้ป่วยรายที่มีอาการของโรคไม่รุนแรงนัก ร่องรอยของการเป็นโรคอาจหายไปได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี แต่แล้วอาจจะกลับ มาเป็นใหม่ โรคนี้เป็นแล้วไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

ความเครียดทางจิตใจ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โรคกำเริบได้ เนื่องจากผู้ป่วยโรคนี้ ส่วนใหญ่มักมีปมด้อยและต้องการการยอมรับจากคนอื่นที่อยู่รอบข้าง ดังนั้น การให้ความรู้เรื่องอาการโรคนี้แก่ ผู้ป่วยและญาติ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำไปพร้อมๆ กับ การบำบัดทางยา

ผมไปขอรับการรักษาโรคที่คลินิคโรคผิวหนังโรงพยาบาล สงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังจากคุณหมอ (ท่าทางเป็นคนอารมณ์ดี) ก้มหน้าก้มตาใช้ไฟฉายส่องดูรอยแผลจาก โรคสะเก็ดเงินของผมอยู่ครู่หนึ่ง ท่านก็เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสีหน้า ยิ้มแย้ม (ซึ่งทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาอีกเป็นกอง) และพูดกับผมว่า

“คุณยังโชคดี ที่อาการของโรคพอจะควบคุมได้ หากดูแล รักษาสุขภาพตัวเองให้ดี โรคนี้ก็จะไม่กำเริบ เพียงพักผ่อนให้ เพียงพอ อย่าเกิดความเครียด งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หาก กางมอาการบ้าง ก็ใช้วิธีรักษาด้วยการใช้ยาทา เช่นใช้ยา

methasone หรือยาTriamcinolone เป็นต้น ทายาเฉพาะ รอยโรควันละ ๒ ครั้ง เมื่อผื่นแผลยุบก็หยุดยาทาได้

หากเกิดโรคสะเก็ดเงินบริเวณผิวอ่อน เช่น ข้อพับ ใบหน้า ต้องใช้ยาที่มีส่วนผสมของ steroid อย่างอ่อน เช่น Prednisolone หรือ Hydrocortisone Cream สำหรับพื้นที่มีความหนามาก ให้ใช้ยาที่มีส่วนผสมของ steroid ที่มีความแรงสูง ได้แก่ Clobetasor

ผมพยายามปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอ หาเวลาพัก ผ่อนให้มากขึ้น ฝึกปล่อยวาง ทำจิตให้ว่าง เครียดให้น้อยลง

ผมเคยดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บ้าง เป็นครั้งเป็นคราว เมื่อไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์กับเพื่อนฝูง การได้รับคำแนะนำของ คุณหมอให้ผมงดดื่ม จึงถือว่าเป็นเรื่อง “โชคดี” เพราะผมได้ใช้เป็น ข้ออ้างกับเพื่อนฝูงในการของดดื่มสุรา เบียร์และไวน์ ซึ่งทำให้ผม สามารถหลีกเลี่ยงการประพฤติผิดศีลข้อ ๕ ได้อย่างเด็ดขาดเสียที่

ผมพยายามรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยความอดทนมานาน หลายปี เป็นๆ หายๆ ตามธรรมชาติของโรค จนในที่สุด ผมก็ยอมรับได้ ยอมให้มันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่คิดวิตกให้ใจเกิดความทุกข์ อีกต่อไป

วันหนึ่ง ผมต้องเดินทางไปราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ อากาศ หนาวเย็นของที่นั่น ทำให้อาการโรคสะเก็ดเงินของผมกำเริบ เนื่องจากการเดินทางไปราชการครั้งนั้น เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ผม ลืมนำยาทารักษารอยโรค ซึ่งตามปกติ ผมต้องนำติดตัวไปด้วยเสมอ

ผมพยายามสืบหาข้อมูลจากคนที่รู้จัก และนับเป็นความโชค ดีที่เพื่อนคนหนึ่ง ได้แนะนำให้ผมไปปรึกษาหมอที่คลินิกรักษาโรค ผิวหนัง “เชียงใหม่คริสเตียน คลินิกเวชกรรม”

คุณหมอเวรท่านหนึ่ง ซึ่งผมต้องขอโทษที่ลืมชื่อเสียงเรียงนาม ของท่านไปแล้ว ทั้งๆ ที่ท่านเป็นผู้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ยิงกับ ผมว่า

“อาการของคุณไม่น่าวิตก รักษาโดยไม่ต้องใช้ยาบ่อยๆ ก็ได้ เพียงแต่ต้องควบคุมการกินอาหารที่ไม่แสลงกับโรค ก็น่าจะเอาอยู่”

หลังจากสั่งยาให้ผม คุณหมอได้มอบเอกสารแนะนำราย อาหารสำหรับผู้ป่วยด้วยโรคผิวหนังให้กับผม ๑ แผ่น พิมพ์ข้อความ หน้า-หลัง ซึ่งผมยังคงพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ เพื่อนำมาแสดงกับเพื่อนๆ ทุกครั้ง ที่ถูกชักชวนให้กินอาหารต้อง ห้ามสำหรับคนที่ป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงิน

ผมต้องขออนุญาตนำรายการอาหารของคุณหมอ นำมาบอกเพื่อเป็นวิทยาทานให้กับผู้ป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงิน หากเชื่อ ก็ลองนำไปปฏิบัติตาม เพราะตัวผมเองทำแล้ว “เอาอยู่”

รายการอาหารที่คุณหมอได้มอบไว้ให้กับผม มีรายละเอียดดังนี้

ของควรเว้น อาหารที่ผู้เป็นโรคผิวหนัง มีผื่นคัน เป็นๆ หายๆ กินแล้วอาจมีอาการมากขึ้น

  • ของหมัก ของดอง ของไม่สุก เช่น กะปิ ปลาร้า ถั่วเน่า น้ำปู ผงชูรส น้ำอัดลม เหล้า เบียร์ ไวน์ ปลาส้ม จิ้นส้ม (แหนม) ส้มดอง ส้มตำ มดส้ม(ไข่มดแดง) รวมทั้งอาหารถุง อาหารซองของ ขบเคี้ยวทั้งหลาย
  • ของทะเล ได้แก่ กุ้ง หอย ปู ปลา เช่นปลาทู ปลาเค็ม
  • ปลาหมึก สาหร่ายทะเล
  • ไก่ เป็ด วัว ควาย รวมทั้งไข่ไก่ ไข่เป็ด นมวัว
  • ปลาไม่มีเกล็ด (ปลาหนัง) เช่น ปลาดุก ปลาไหล ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาบึก ปลาคัง รวมทั้ง กบ เขียด
  • ผัก ผลไม้ที่มียางหรือหนาม เช่น ขนุน มะละกอ ปลีกล้วย มะม่วง ผักบุ้ง ลางสาด ลองกอง ผักกูด ผักปัง (ผักปรัง) ผักเฮือด ผักสะแร (ผักชื่อแปลกๆ สองสามชนิดนี้ เป็นภาษาคำเมือง ผมเป็นคนปักษ์ใต้ ก็จนด้วยเกล้าที่จะอธิบาย ) ผักชะอม ผักหวาน

ของกินได้ (อาหารที่ไม่ปรากฏว่ากินแล้วมีอาการมากขึ้น)

๑. เนื้อหมู (หมูหมัก แคบหมู ควรหลีกเลี่ยง)

๒. ปลาที่มีเกล็ด เช่น ปลาช่อน ปลานิล ปลาหมอ

๓. ผัก ผลไม้ที่ไม่มียาง เช่น ผักตำลึง ผักขม ถั่วฝักยาว มะระ คะน้า ผักกาด กะหล่ำ บรอกโคลี

บทที่ ๑๒

ขอขอบคุณ : google.com

แนะนำติชม : scribblingsandsuch.com

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สร้างความสุข และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร