บทที่ ๑๓ อาหารดี ชีวียืนยาว

บทที่ ๑๓

บทที่ ๑๓

อาหารดี ชีวียืนยาว

ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือผม ต่างก็แอบคาดหวังอยู่ในใจว่า ตัวเองจะมีอายุยืน แม้ไม่ต้องถึงหมื่นปี อย่างวลีที่เขานิยมใช้อวยพรกัน

คุณพ่อของผม… พ่อฉุย สุวรรณจินดา ก็เช่นกัน ท่านเอง ก็คงอยากจะเป็นคนที่มีอายุยืน เพื่อมีเวลาได้ชื่นชมกับความสำเร็จ ของลูกๆ แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียใจว่า พ่อฉัยจากพวกเราไปด้วยวัย เพียง ๖๔ ปี หลังจากต้องตรากตรำทำงานหนัก จนเกินที่สังขารจะทนรับได้ และอาจจะเป็นเพราะความรู้ด้านการวางแผนครอบครัว ในสมัยนั้นยังไม่ดีพอ คุณพ่อจึงมีลูกถึง ๘ คน ด้วยการที่ต้องแบก ภาระที่หนักอึ้งกับการหาเงินส่งเสียให้ลูกๆ ได้รับการศึกษาที่ดี แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว คุณพ่อยังคงต้องทำงานในป่า เพื่อตัดไม้และชักลากไม้ที่ได้รับสัมปทาน ส่งให้กับโรงเลื่อยไม้ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

เมื่อต้องเข้าไปทำงานในป่าที่เต็มไปด้วยเชื้อไข้ป่า ไข้มาลาเรีย

ความเป็นอยู่ไม่ดี มีเวลาพักผ่อนน้อย สุขภาพของท่านก็ร่วง ยอ่อนแรง เมื่อคุณพ่อล้มป่วย ท่านมักจะสั่งให้ลูกน้องเข้าเมืองไป หาซื้อยาจากร้านหมอตี๋มากิน แก้ไข้ แก้ปวด

แม้หมอที่จะแนะนำว่า ให้กินยาครั้งละ ๒ เม็ด ๓ เวลา หลัง อาหาร แต่คุณพ่อมักจะกินยาครั้งละ ๔ เม็ด ๓ เวลา เพราะท่าน ต้องการที่จะหายป่วยเร็วๆ เพื่อลุกขึ้นมาทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว

เมื่อปฏิบัติตัวอย่างนั้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่า ๗ ปี สังขารของ ท่านก็ทนแบกรับสภาพไม่ไหว คุณพ่อล้มป่วยอีกครั้ง คราวนี้ท่าน ป่วยหนักจนต้องรีบนําเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ อย่าง กะทันหัน

ตอนที่คุณพ่อล้มป่วยนั้น ผมอายุ ๑๗ ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.ศ. ๓) การเรียนในสมัยนั้นยากมาก เพราะ ในรอบปีการศึกษา จะมีการสอบวัดผลปลายปีเพียงครั้งเดียว ต้อง อ่านหนังสือจนหมดเล่ม เพื่อการสอบไล่ปลายปี ใครสอบตก ก็ไม่มี โอกาสได้สอบแก้ตัว ต้องเรียนซ้ำชั้นอีก ๑ ปีเต็ม ผิดกับการเรียน ของนักเรียนสมัยนี้ ที่มีการแบ่งการสอบระหว่างภาคเรียน หากสอบ ไม่ผ่าน ก็เปิดโอกาสให้มีการสอบซ่อมหรือสอบแก้ตัว

ช่วงที่คุณพ่อเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชนั้น ผมใกล้จะสอบไล่ปลายปี ด้วยความเป็นห่วงว่าผมจะเสียสมาธิใน การเรียน ท่านจึงสั่งไม่ให้ใครบอกเล่าอาการป่วยของท่าน ให้ผม ทราบ รอจนกระทั่งผมสอบไล่ปลายปีแล้วเสร็จ ทางบ้านจึงส่งข่าวให้ผมเดินทางขึ้นไปกรุงเทพฯ โดยบอกเพียงสั้นๆ ว่า คุณพ่อ ล้มป่วย อยากเจอผม

ผมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยขบวนรถไฟชั้น ๓ ผู้โดยสาร แน่นขบวน จนไม่มีแม้กระทั่งที่ยืนในตู้โดยสาร ผมต้องไปยืนแกร่ว บริเวณทางเดินระหว่างโบกี้รถไฟ ตกกลางคืน ต้องใช้กระดาษ หนังสือพิมพ์ปูเป็นที่รองนอน

เมื่อเดินทางถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง ผมรีบขึ้นแท็กซี่ไป เยี่ยมคุณพ่อที่โรงพยาบาลทันที เมื่อไปถึง จึงได้ทราบข่าวร้ายว่า คุณ พ่อป่วยด้วยโรคทางเดินอาหารขั้นรุนแรง คุณหมอบอกกับผมว่า ท่านกินยาแก้ไข้ แก้ปวด มากเกินไป จนทำให้เกิดปัญหาสะสมใน ระบบทางเดินอาหารและตับ

คุณพ่อล้มป่วยมานานกว่า ๓ เดือน ท่านใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ ด้วยความอดทนที่โรงพยาบาล รอด้วยความหวังที่จะได้พบกับผม เป็นครั้งสุดท้าย

ผมมีโอกาสได้เฝ้าปรนนิบัติคุณพ่อเพียงแค่ ๔ วันเท่านั้น ในขณะที่ท่านต้องอดทนรอผมมานานกว่า ๓ เดือน ผมได้ป้อนข้าว ป้อนน้ำให้ท่านกิน นั่งดูทีวี พูดคุยกับท่าน เล่าเรื่องราวของชีวิตที่ผ่านมา

ผมจําได้ว่า วันนั้นเป็นวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๑๓ คุณพ่อขอให้ผมเปิดทีวีเพื่อดูรายการมวยชิงแชมป์โลกที่ “เบิกฤกษ์ ชาติวันชัย” ณพงษ์ หาญตนศิริสกุล ขึ้นชกชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท เอร์นาเบ้ วิลลาแคมโป้” นักมวยชาวฟิลิปปินส์

หรือ คุณติณพงษ์ หาญตา

คุณพ่อมีความเป็นชาตินิยมฝังอยู่ในสายเลือดสูง แม้ท่าน จะป่วยหนักใกล้จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ท่านก็ยังนอนเชียร์ “เบิกฤกษ์ ชาติวันชัย” ต่อยจนหมดยกที่ ๑๕โชคดีที่วันนั้น “เบิกฤกษ์” ต่อยเอาชนะคะแนนไปได้อย่าง คู่คี่สูสีตลอดการชกทั้ง ๑๕ ยก ได้เป็นแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทของ สมาคมมวยโลก (WBA) และเป็นแชมป์โลกคนที่ ๓ ของประเทศไทย นับตั้งแต่ประเทศไทยมีแชมป์โลกคนแรกคือ “โผน กิ่งเพชร” หรือ คุณมานะ สีดอกบัว (๑๖ เมษายน ๒๕๐๓) และแชมป์โลกคนที่ ๒ (๓๐ ธันวาคม ๒๕๐๙) คือ “ชาติชาย เชี่ยวน้อย” หรือคุณนริศ เชี่ยวน้อย

หลังจากดูมวยคู่ประวัติศาสตร์จบลง อีกประมาณ ๔ ชั่วโมง คุณพ่อก็จากพวกเราไปด้วยอาการสงบ ด้วยรอยยิ้มที่ยังคงติดอยู่ที่ มุมปาก ด้วยความสุขที่มีลูกหลานคอยเฝ้าอยู่ที่ข้างเตียง และความสุข ที่ได้ดู “เบิกฤกษ์ ชาติวันชัย” ชกชนะในเช้าวันนั้น

ผมไม่ต้องการให้ใครมีอายุสั้นเหมือนกับคุณพ่อของผมผลงานวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ เกี่ยวกับชนิดของอาหารที่จะมีส่วนช่วยให้อายุยืนยาว ดังนี้

กินดาร์กช็อกโกแลต (Cocoa Dark Chocolate)ช่วยให้อายุยืนขึ้นอีก ๑ ปี

ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริก ระบุว่า ถ้าคุณสามารถกินดาร์กช็อกโกแลตได้บ่อยๆ หรืออย่างน้อย เดือนละ ๓ ครั้ง จะช่วยให้คุณมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีก ๑ ปี

ดาร์กช็อกโกแลต มีสารฟลาโวนอยด์ ที่จะช่วยทำให้เลือด ไม่ข้นหนืดจนเกินไป เลือดไหลได้สะดวกไม่ไปติดหรือกระแทกกับหลอดเลือดมาก ซึ่งจะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด เส้นเลือดอุดตัน

กินถั่วเมล็ดแห้ง ทำให้มีอายุยืนยาวขึ้น ๓ ปี

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโลม่าลินดา แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา วิจัยพบว่า การกินถั่วเมล็ดแห้งจะทำให้อายุยืนยาว ขึ้น ๓ ปี โดยคุณควรกินถั่วเมล็ดแห้งอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๕ วัน ในถั่วต่างๆ จะมีไขมันโอเมก้า ๓ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีใยอาหารมาก แต่มีไขมันอิ่มตัวและแคลอรีน้อย ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีประโยชน์กับหัวใจ แต่คุณต้องเลือกกินถั่วแบบไม่มีเกลือปน เคลือบอยู่ด้วย

ดื่มไวน์ ทําให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น ๔ ปี

นักวิทยาศาสตร์ชาวดัตน์ แนะนำให้ดื่มไวน์วันละครึ่งแก้ว จะทำให้ชีวิตเรายืนยาวได้ถึง ๔ ปี ในไวน์จะมีสาร โพลีฟีโนลิค (polyphenolic Compounds) ซึ่งสารนี้จะทําให้เลือดของเราไม่มีการเติบโตของไขมัน เมื่อเยื่อไขมันไม่สามารถเติบโตได้ เส้นเลือด เส้น่ลือดจะสะอาดใสอยู่ตลอดเวลา ไม่มีตะกอนตกค้างหรือมีไขมันมาเกาะผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดอาการโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด

กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทำให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น ๖ ปี

ผลการวิจัยจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า คุณจะมีอายุ ยืนยาวขึ้นอีก 5 ปี ด้วยการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพในชีวิตประจำวัน การกินปลา เนื้อไม่ติดมัน น้ำมันมะกอก กระเทียม คาร์โบไฮเดรต ที่ดีอย่างเช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต เป็นประจำ จะทำให้ไขมันในเลือด น้อยลง สุขภาพร่างกายดีขึ้น โรคมะเร็งและโรคเบาหวานก็จะเกิดได้ ยากขึ้น

การคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ทำให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น ๗ ปี

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศ อังกฤษ ศึกษาพบว่า ถ้าคุณสามารถควบคุมน้ำหนักให้อยู่ตามเกณฑ์ มาตรฐานได้โดยตลอด คุณจะมีอายุยืนยาวขึ้น ได้ถึง ๗ ปี การ ปล่อยให้มีน้ำหนักตัวมากๆ นั้น ไม่ดีอย่างยิ่ง 

บทที่ ๑๓

ขอขอบคุณ : google.com

แนะนำติชม : scribblingsandsuch.com

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สร้างความสุข และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร