บทที่ ๒๕ ความสุขจาก “ปาฏิหาริย์” มีจริง

บทที่ ๒๕

บทที่ ๒๕

ความสุขจาก “ปาฏิหาริย์” มีจริง

ผมไม่ได้เป็นคนที่เชื่อเรื่องงมงาย ไร้เหตุผล แต่ผมก็เชื่อ และให้ความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยสนิทใจว่า ปาฏิหาริย์มีจริง ผมเชื่อมั่นในคุณงามความดีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เชื่อเพราะมีประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง

หลังจากจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อ ต้นปี ๒๕๑๘ ผมเริ่มต้นชีวิตการทำงานโดยการเป็นลูกจ้างชั่วคราว รายเดือนของกรมส่งเสริมการเกษตร

แม้ผมจะเริ่มชีวิตราชการด้วยการเป็นลูกจ้าง แต่ก็มีตำแหน่ง เป็นหัวหน้าหน่วยปราบศัตรูอ้อยที่จังหวัดชลบุรีและระยอง มีเพื่อน ร่วมงาน ๕ คน และมีรถยนต์บิ๊ปหน้ากบสำหรับใช้ออกพื้นที่ ๑ คัน ก็พอจะพูดได้ว่า ผมเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ดีพอใช้

ผมเช่าบ้านอยู่กับเพื่อนร่วมงาน ใกล้วัดละหารไร่ อำเภอ บ้านค่าย จังหวัดระยอง บ้านที่เช่า ราคาถูก ไม่มีน้ำประปาและไฟฟ้า จึงต้องใช้ตะเกียงเจ้าพายุ และตักน้ำจากบ่อน้ำกลางบ้าน ใช้อาบน้ำ ซักผ้า แต่ก็ถือได้ว่า เราเลือกบ้านเช่าได้ดี เพราะตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม คืออยู่ใกล้วัด

การทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนนั้น กว่าที่จะได้รับ เงินค่าจ้างและค่าเบี้ยเลี้ยงประจำเดือน ก็ใช้เวลาตกเบิกแต่ละครั้ง ประมาณ ๒ เดือน

ในฐานะที่เป็นหัวหน้า ผมจึงต้องรับผิดชอบการกินอยู่ของเพื่อนร่วมงาน ต้องบากหน้าไปขอผูกท้องกับร้านอาหารใกล้ๆบ้านพัก โดยรับปากกับเจ้าของร้านว่า จะนำเงินมาชำระค่าอาหารให้เดือนละ ๑ ครั้ง แต่เงินค่าจ้างมักจะออกไม่ตรงเวลา จึงต้องบากหน้าไป ขอข้าวก้นบาตรของวัดละหารไร่กินประทังชีวิต

ผมรู้สึกติดหนี้บุญคุณวัดละหารไร่เป็นอย่างมาก จึงทำตัว เป็นลูกศิษย์วัดที่ดี คอยช่วยเหลืองานของวัดมาโดยตลอด ในช่วง ตั้งแต่กลางปี ๒๕๑๘ ท่านพระครูภาวนาภิรัต (หลวงปู่ทิม อิสริโก) เจ้าอาวาสวัดละหารไร่ ซึ่งขณะนั้นมีสิริอายุได้ ๑๖ ปี ท่านมักมีอาการ อาพาธและต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางละมุงอยู่เป็นเนืองๆ

ท่านคงกำหนดรู้ได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่ท่านจะละสังขารไปใน ปลายปีนั้น หลวงปู่ทิมจึงอนุญาตให้กรรมการวัด จัดสร้างพระเครื่อง และวัตถุมงคลขึ้นมาหลายต่อหลายรุ่นในปีนั้น โดยมีวัตถุประสงค์ หลักในการสืบทอดพระบวรพุทธศาสนา

วัตถุมงคลที่ท่านอนุญาตให้สร้างนั้น มีอยู่ด้วยกันหลายรุ่น และหลายพิมพ์ แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ พระขุนแผนผง พรายกุมาร มีทั้งพิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก พระชุดชินบัญชร เหรียญ เจริญพรบน เหรียญเจริญพรล่าง รวมไปถึงวัตถุมงคลรุ่น ๘ รอบ ซึ่งก็มีอีกหลายพิมพ์เช่นกัน

แม้ว่าในช่วงที่ทางวัดกำลังทำพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลอยู่ นั้น.. ผมก็อาศัยอยู่ข้างวัด อาศัยข้าววัด แต่เนื่องจากช่วงนั้นผมไม่ ได้ให้ความสนใจเรื่องวัตถุมงคล ประกอบกับการที่ผมมีกำลังเงินน้อย จึงไม่ได้เช่าบูชาพระเครื่องและวัตถุมงคลของหลวงปู่ทิมมาเก็บไว้ แม้แต่รุ่นเดียว

วันหนึ่งผมมีโอกาสได้รับใช้ใกล้ชิดหลวงปู่ทิม วันนั้นท่าน เกิดอาการอาพาธขึ้นมาอย่างกะทันหัน ผมจึงขันอาสาขับรถจี๊ปนำ ท่านไปส่งที่โรงพยาบาลบางละมุง

เมื่อนำหลวงปู่ทิมกลับวัดละหารไร่ในเย็นวันนั้น หลวงปู่ทิม ได้มอบพระเครื่องรูปหล่อรุ่นไตรมาสให้ผม ๑ องค์ เป็นวัตถุมงคล เพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับในช่วงที่อาศัยอยู่ใกล้วัดละหารไร่ แต่ก็มีความพิเศษ ตรงที่เป็นองค์ที่หลวงปู่ทิมท่านเมตตา ยืนให้เองกับมือ

ผมเข้ารับราชการเป็นนักวิชาการเกษตรของกองการข้าว กรมวิชาการเกษตร เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ จำได้ว่า ใน ปลายปี ๒๕๒๐ ผมได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้นำเมล็ดพันธุ์ถั่วลิสง จากกรุงเทพฯ ไปส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่โครงการจัดระบบการปลูก พืชในเขตนาน้ำฝนที่จังหวัดอุบลราชธานี

ระหว่างนั่งรถใกล้ถึงตัวจังหวัดยโสธร อุบัติเหตุครั้งรุนแรง ที่สุดในชีวิตของผมก็เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน!!

ขณะที่รถยนต์กระบะของเรากำลังเร่งความเร็วเพื่อที่จะแซงรถยนต์บรรทุกสิบล้อคันหนึ่ง รถสิบล้อคันนั้นกลับเร่งความเร็วหนีไม่ยอมให้รถของเราแซงขึ้นหน้าไปได้ และขณะที่กำลังขับตีคู่กันไป คนขับรถสิบล้อคันนั้นแกล้งหักพวงมาลัย เบี่ยงรถเข้ามาหารถของเรา

รถของเราถูกเบียดจนตกไหล่ทาง ด้วยความเร็วขณะขับแซง และด้วยสภาพไหล่ทางที่ไม่ดี รถของเราจึงเสียหลักพลิกคว่ำ หมุน คว้างหลายตลบอยู่ที่กลางถนน

รถสิบล้อคันนั้น พุ่งเข้ามาชนรถของเราอย่างแรง ก่อนที่จะขึ้นคร่อม และลากเอารถของเราครูดไปกับพื้นถนนเป็นระยะทางกว่า ๓๐๐ เมตร จึงหยุดนิ่งลงได้ และตามธรรมเนียม (ที่ไม่ดี) คนขับรถยนต์คันนั้นถอดกุญแจรถสิบล้อออกไป หลบหนีหายไปท่ามกลาง ความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้น

ผมและเพื่อนติดอยู่ในซากรถกระบะที่มีรถสิบล้อคร่อมทับ อยู่ด้านบนล้อหน้าของรถสิบล้อคันนั้นกดทับติดอยู่กับศีรษะของผม โดยมีหลังคารถกระบะเป็นกันชน มันทำให้ผมขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ ขยับขากรรไกรก็ไม่ได้ ทำให้พูดไม่ออก ติดอยู่กับซากรถเป็นเวลา กว่า ๓ ชั่วโมง ไม่มีใครสามารถดึงเราออกจากซากรถได้ เพราะสภาพรถของเราบุบๆ บี้ๆ พังยับเยิน แถมยังมีรถสิบล้ออีกคันทับ อยู่ข้างบน

ผมได้ยินเสียงของเพื่อนที่นั่งอยู่ติดกัน ร้องขอความช่วยเหลือ ได้กลิ่นเลือด และกลิ่นน้ำมันดีเซลโชยมาแตะจมูก เพื่อนของ ผมคงได้รับบาดเจ็บ และเครื่องยนต์คงชำรุด ทำให้มีน้ำมันรั่วซึม ออกมาเจิ่งนองเต็มพื้นถนน

ผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ส่งกระแสจิต คิดปลอบโยนเพื่อน ภาวนาขอให้เพื่อนปลอดภัย

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ผมได้ยินเสียงบรรดาไทยมุงพูด วิจารณ์กันเซ็งแซ่ว่า “คงตายกันหมดแล้ว” เพราะเสียงร้องโอดโอย ของเพื่อนก็เงียบหายไป ตัวผมก็ส่งเสียงบอกออกไปไม่ได้ ด้วยความกลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง ผมรีบใช้มือข้างหนึ่งที่ยังคงเป็นอิสระ ตบไปที่ ประตูรถข้างตัว เพื่อส่งสัญญาณให้พวกเขารู้ว่า “ผมยังไม่ตาย” 1 ชั่วโมงแรกที่เราติดอยู่กับซากรถ ผมเกิดความทุกข์จาก

ความกลัวตาย เสียดายชีวิต และด้วยความคิดเป็นห่วงเพื่อน เมื่อ เวลาผ่านไป ผมก็ยิ่งขยายผลของความทุกข์ จินตนาการไปต่างๆนานา

หากรถสิบล้อคันนั้น มีน้ำหนักกดทับเพิ่มลงมาอีกนิด ผมก็ คงได้รับความเจ็บปวดมากขึ้น และอาจจะเสียชีวิตในที่สุด หรือหาก มีสถานการณ์ซ้ำร้ายไปกว่านั้น มีไทยมุงสักคน อุตริสูบบุหรี่ และทิ้ง กันบุหรี่ลงพื้นถนน ประกายไฟจากก้นบุหรี่เจอกับน้ำมันที่รัวซึมออก มาจากตัวเครื่อง ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ เผาเราให้ตายทั้งเป็น ฯลฯ นั้น ก็คือ ความทุกข์ที่แผ่ขยายขึ้นภายในใจของผมเอง

ศีรษะที่ถูกกดทับอยู่นาน ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความปวดหนึบ ผมจึงพยายามใช้มือข้างที่เป็นอิสระ เอื้อมไปคลำศีรษะส่วนนั้น ทันใดนั้น ผมรู้สึกขนลุกซู่ เพราะพบว่า ที่ศีรษะของผมมีพระรูปหล่อ ไตรมาสของหลวงปู่ทิมรองรับอยู่ ตรงกับจุดที่ศีรษะของผมถูกกดทับ

“คุณพระช่วย ผมนึกในใจ เริ่มสวดมนต์ภาวนา และเริ่ม ทำใจให้สงบลงได้

เวลาที่ผ่านไปเนิ่นนาน ทำให้ผมรู้สึกได้ว่า “ความเป็นและ ความตาย มีเพียงเส้นแบ่งบางๆ ดังขนนก แบ่งกันให้ห่างออกจาก กัน เพียงนิดเดียว”

ความรู้สึกของผมขณะนั้น เริ่มปลงตกจะอยู่หรือตาย คง แล้วแต่ฟ้าลิขิต ผมไม่เกรงกลัวความตายอีกต่อไป

“ซือหม่าเชียน” ปราชญ์ชาวจีนได้ให้คติคำคมว่า

“คนเราหนีไม่พ้นความตาย

แต่ความหมายของการตายนั้น ไม่เหมือนกัน

บ้างมีค่า หนักกว่าขุนเขา

บ้างไร้ค่า เบากว่าขนนก”

บทที่ ๒๕

ขอขอบคุณ : google.com

แนะนำติชม : scribblingsandsuch.com

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สร้างความสุข และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร