บทที่ ๒๖ ความสุขอันเกิดจากการแผ่เมตตา

บทที่ ๒๖

บทที่ ๒๖

ความสุขอันเกิดจากการแผ่เมตตา

หลังจากอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ หรือไม่ก็นั่งส่องดูพระเครื่องที่สะสมไว้ในช่วงเวลาเช้า ในช่วงบ่าย หากผมไม่มีการประชุม กับองค์กรการกุศลที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ ผมมีความสุขกับการ ขี่จักรยานไปตลาดที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อกลับมาเตรียมอาหารมื้อเย็น ตกเวลาพลบค่ำ หากมีเวลา ผมมีความสุขกับการขี่จักรยานไปที่ ใกล้บ้าน สวดมนต์ทำวัตรเย็น และฝึกนั่งสมาธิ

เสร็จจากการชำระจิตใจประจำวัน ก็เดินทางกลับบ้าน บางคืนก็ดูทีวี บางคืนก็อ่านหนังสือ ก่อนเข้านอนก็เข้าห้องพระสวด มนต์ชำระจิตใจประจำทุกคืน อุทิศบุญกุศล แผ่เมตตาให้แก่บิดา มารดา บุพการีผู้มีพระคุณ เจ้ากรรมนายเวร ฯลฯ

“ขอบุญกุศลที่เกิดจากการสวดมนต์ภาวนาในครั้งนี้ ส่งผล สำเร็จแด่ บิดา มารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ภรรยา บุตร ญาติ พี่น้อง ทั้งในชาตินี้และในอดีตชาติ เหล่าเทวดา พระพรหมและสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ผู้มีพระคุณ ผู้มีอุปการคุณ สรรรพชีวิตทั้งหลาย ที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏ ทั้ง ๓๑ ภพภูมิ และในทุกๆ จักรวาล ขอท่านทั้งหลายเหล่านี้ รับผลบุญมากน้อยตามแต่กำลัง ของตน ที่มีทุกข์ขอให้หมดทุกข์ ที่มีสุขขอให้มีสุขยิ่งๆ ขึ้นไป กรรม อันใดที่ข้าพเจ้าได้เคยก่อไว้ทั้งในชาตินี้และในอดีตชาติ ขอท่านเจ้ากรรมนายเวรรับผลบุญนี้แล้ว โปรดอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า กรรม อันใดที่ผู้ใดกระทำแก่ข้าพเจ้าไว้ ทั้งในชาตินี้และในอดีตชาติ ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมถวายเป็นอภัยทาน

ขอบุญกุศลทั้งหลายเหล่านี้ ส่งผลให้ข้าพเจ้ามีอุปนิสัย มี จิตใจที่มุ่งมั่น และมีความเจริญก้าวหน้าในพระธรรมยิ่งๆ ขึ้นในทุกๆ ชาติ ไปจนกว่าจะถึงนิพพาน อย่าไปพบพานอุปสรรค ความทุกข์ ยากอดอยาก มีพละกำลังกาย กำลังทรัพย์เพียงพอที่จะทำนุบำรุง พระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป”

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ทรงกล่าวว่า ขณะ จิตที่แผ่เมตตานั้น จะเกิดอารมณ์แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัว ท่านก็ไม่มีโทษภัย

โดยอุปนิสัยส่วนตัว ผมเป็นคนที่ไม่เคยคิดผูกใจเจ็บ ไม่มี จิตคิดอาฆาตพยาบาท แม้ต่อคนที่เคยคิดประสงค์ร้ายกับตัวผม ผม พยายามทำความเข้าใจในสาเหตุที่เขากระทำกับเรา.. มองไปในแง่ ของกรรมเก่าที่เราอาจจะเคยทําไว้กับเขา แผ่เมตตาและให้อภัยกับ ความผิดพลาดทั้งในปัจจุบัน และที่ผ่านมาในอดีต เพราะการให้อภัย เป็นการให้ที่มีคุณอันประเสริฐ ทําให้ผมไม่ต้องจมอยู่กับจิตที่เป็น ทุกข์ มีความสุขกับการรู้เท่าทันชีวิต

“เข้าใจคน จะได้บริวาร

เข้าใจงาน จะได้ผลสัมฤทธิ์

เข้าใจชีวิต จะได้มีความสุข

เข้าใจทุกข์ แสดงว่าเริ่มเข้าใจธรรม

สุขหรือทุกข์ อยู่ที่จิต

ถูกหรือผิด อยู่ที่ใจ

เกิดเป็นคนต้องรู้จัก “ให้อภัย

เพราะไม่มีใครทำผิดได้ตลอด และไม่มีใครทำถูกเสมอไป แม้แต่ตัวเราเอง สิ่งที่ผมตั้งใจทำเป็นพิเศษ ก็คือ การกลั่นกรอง เอาประสบการณ์ที่ผ่านมา และจากการค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ หลากหลายขึ้น นำมาเขียนเป็นตัวอักษรให้คุณได้อ่านกันเพลินๆ เพื่อบันเทิงสมองในยามว่าง เพราะการเขียนหนังสือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเดินเข้าหาความสุข ด้วยใจของผมเอง

“สิ่งที่ได้มาเปล่า คือ ความเฒ่าชรา สิ่งที่ต้องแสวงหา คือ คุณค่าของชีวิต”

(หลวงปู่จันทร์ กุสโล)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสที่ พระราชทานแก่ครูโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม ๔ จังหวัด ภาคใต้ ณ มัสยิดกลาง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๑๙ มีความตอนหนึ่ง ดังนี้

“ความเจริญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดจากการประพฤติ ชอบ และการหาเลี้ยงชีพชอบเป็นหลักสำคัญ ผู้ที่จะสามารถประพฤติชอบและหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยนั้น ย่อมจะต้องมีทั้งวิชาความรู้ ทั้งหลักธรรมทางศาสนา เพราะสิ่งแรกเป็นปัจจัยสำหรับใช้กระทำงาน สิ่งหลังเป็นปัจจัยสำหรับส่งเสริมความประพฤติ และการปฏิบัติการงานให้ชอบ คือ ให้ถูกต้องและเป็นธรรม”

Because no one has ever done wrong And no one is always right Even ourselves The thing that I intend to do is to scrutinize past experiences. And from researching various additional information to be written as letters for you to read and enjoy To entertain the brain at leisure Because writing a book is another step of approaching happiness With my own heart

“The thing that has been empty is old age. The thing that must be sought is the value of life.”

(Luang Pu Chan Kuslo)

His Majesty the King His Highness Bestowed on the teachers of the Islamic School for teaching Islam in 4 southern provinces at the Pattani Central Mosque on 24 August 1973. There is one step as follows:

บทที่ ๒๖

ขอขอบคุณ : google.com

แนะนำติชม : scribblingsandsuch.com

ใส่ความเห็น