บทที่ ๓๘ ความสุขของเถ้าแก่เมืองสงขลา

บทที่ ๓๘

บทที่ ๓๘

ความสุขของเถ้าแก่เมืองสงขลา

ถนนนครนอก นครใน ใจกลางเมืองสงขลา มีประวัติการ ตั้งถิ่นฐานยาวนานร่วม ๑๗๐ ปี พร้อมๆ กับการก่อตั้งเมืองสงขลา ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในปีพุทธศักราช๒๓๘๕

ปัจจุบันถนนนครนอก นครใน เป็นส่วนหนึ่งของบริเวณที่ มีอาคารพาณิชยกรรม และที่อยู่อาศัยหนาแน่นแห่งหนึ่ง เป็นถนน สายสำคัญซึ่งมีแนวเชื่อมต่อกับถนนสายอื่นๆ ของชุมชนเมืองสงขลา

เนื่องจากถนนทั้งสองสายนี้ มีพื้นที่ผิวจราจรค่อนข้างแคบ ทำให้การเข้า ออกไม่สะดวก เป็นถนนที่อนุญาตให้เดินรถทางเดียว สายหนึ่งวิ่งเข้าไปในเมือง อีกสายวิ่งออกมานอกตัวเมือง และมีที่ จอดรถน้อย

พื้นที่สองข้างถนนนครนอก นครใน จึงถูกปล่อยให้เสื่อมโทรม ลงไปมาก อาคารบางหลังชำรุดทรุดโทรม และไม่ได้รับการซ่อมแซม บางหลังแม้ได้รับการซ่อมแซม แต่ก็เพียงเพื่อให้พอใช้ได้

เจ้าของอาคารสองข้างถนนนครนอก นครใน หลายราย ได้ ย้ายออกไปหาที่อยู่อาศัยในที่สะดวกสบาย มีถนนกว้าง มีที่จอดรถ มี เนื้อที่กว้างพอที่จะปลูกต้นไม้และทำสวนในบริเวณบ้านได้ จึงปล่อย ให้อาคารดั้งเดิมว่างเปล่า ประกอบกับบริเวณถนนนครนอก นครใน อยู่ติดกับทะเลสาบสงขลา เป็นสถานที่ที่ชาวประมงนําเรือเข้ามาจอด

เพื่อนำปลามาส่งแพปลา จึงมีความต้องการของเหล่าลูกเรือชาวประมง ในการใช้บริการร้านอาหาร เครื่องดื่ม สถานเริงรมย์ และ สถานบริการประเภทต่างๆ ในละแวกดังกล่าว เป็นสาเหตุให้การใช้ ประโยชน์ที่ดินบริเวณนี้เปลี่ยนไป

อาคารและงานสถาปัตยกรรม มีแนวโน้มที่จะเสื่อมโทรมลง และหากไม่มีการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่ดินใหม่ เจ้าของอาคาร เดิมก็มีแนวโน้มที่จะอพยพออกจากบริเวณนี้มากขึ้น ที่พวกเขาทำได้ เช่นนั้น เพราะเจ้าของอาคารเดิมบริเวณสองข้างถนนถนนนครนอก นครใน คือ เหล่าบรรดาเถ้าแก่หรือเศรษฐีตัวจริงของจังหวัดสงขลา

คนในพื้นที่แทบทุกคนต่างก็เคยได้ฟังเรื่องที่บอกเล่าต่อๆ กันมาว่า ชาวหาดใหญ่ขี่รถเมอร์เซเดส เบนซ์ ไปขอกู้เงินจากเศรษฐี ถนนนครนอก-นครใน ในขณะที่เถ้าแก่ถนนนครนอก นครใน กลับ นั่งรถรับจ้างประจำทางไปเก็บดอกเบี้ยที่อําเภอหาดใหญ่

ผมรู้จักกับเถ้าแก่เมืองสงขลาหลายคน ลองสืบค้นประวัติ ย้อนหลังกลับไป ก็พบว่า เถ้าแก่เหล่านั้นส่วนใหญ่มีพื้นเพดั้งเดิม อยู่ที่ถนนนครนอก นครใน อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่า ผมก็เป็นเถ้าแก่ อีกคนของจังหวัดสงขลา เพียงด้วยเหตุผลว่า ผมรู้จักกับเถ้าแก่ หลายคน

การที่ผมมีโอกาสได้รู้จัก ก็เพราะเถ้าแก่เมืองสงขลา ล้วนใช้ ชีวิตที่เรียบง่าย ติดดิน นั่งกินข้าวแกง กินข้าวยำ ขนมจีนปักษ์ใต้ และนั่งเก้าอี้หัวกลม กินกาแฟที่ร้านข้างถนน เหมือนกับคนทั่วไป ไม่ได้เป็นเถ้าแก่ที่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง จนยากที่จะเข้าถึงตัวเถ้าแก่เมืองสงขลา เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เข้าร่วมเป็นสมาชิก ชมรมหรือองค์กรการกุศลต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในจังหวัดสงขลา

บทพิสูจน์อย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นนิสัยของเถ้าแก่เมืองสงขลา ที่ชอบให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาส ก็คือ การก่อตั้งสโมสร ไลออนส์สงขลา เป็นสโมสรไลออนส์แห่งแรกในภาคใต้ ปัจจุบันก่อ ตั้งมาแล้ว ๔๐ ปี

เถ้าแก่เมืองสงขลา ล้วนมีคุณสมบัติครบถ้วนในการเข้าร่วม เป็นสมาชิกชมรม / สมาคม หรือองค์กรผู้บำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ ทั้งหลาย คือ เป็นคนดี มีนิสัยชอบช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น ชอบการ บําเพ็ญสาธารณะประโยชน์แก่ปวงชน เป็นผู้ที่มีใจการุญช่วยแก้ไข คนให้หายโศกเศร้า และนั่นก็คือ ความสุขจากการดำรงชีวิตที่ เรียบง่าย พอเพียงของพวกเขา คนที่เราเรียกกันว่า “เถ้าแก่”

ผมขอยกตัวอย่างการใช้ชีวิตที่พอเพียงของเถ้าแก่เมือง สงขลาท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมหันมาใช้จักรยานสองล้อ

ไปไหนมาไหนในเมืองสงขลา ผมขอเรียกท่านว่า “เหล่าซื้อ” ก็แล้ว กัน เพราะแม้ท่านจะมีฐานะร่ำรวย แต่ท่านก็ยังคงใช้เวลาว่างสอน ภาษาจีนให้กับคนที่มีใจรักภาษา รักการศึกษาเล่าเรียน

“เหล่าซือ” ท่านนี้ ปัจจุบันมีอายุกว่า ๘๐ ปี แต่ท่านก็ยังคง มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ยังคงปั่นจักรยานสองล้อคู่ชีพคันเดิม ไป ไหนมาไหนทั่วตัวเมืองสงขลา ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ผมเจอท่านกำลัง ปั่นจักรยานสองล้อคันนั้น มาถึงวันนี้ ท่านก็ยังคงเหมือนเดิม ดูเหมือนว่าท่านจะสามารถหยุดนาฬิกาชีวิตของท่านไว้ได้อย่างน่า มหัศจรรย์

ผมเคยถามท่านครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้ว่า “เหล่าซื้อครับ เหล่าซือทำยังไงถึงดูไม่แก่เลย”

ท่านยิ้ม หัวเราะกับคำถามนั้น และพูดกับผมอย่างอารมณ์ ดีว่า “ทําไมจะไม่แก่ ผมรู้ตัวผมดีว่าแก่มากแล้ว ทุกวันนี้ จะเดินจะ เหิน จะทำอะไร ก็ต้องระมัดระวังตัวมากกว่าเดิม ทำอะไรก็ต้องช้า กว่าเดิม จะออกกำลังกายก็ต้องไม่หักโหม ต้องดูแลตัวเองมากกว่า เดิม คุณดูว่าผมยังไม่แก่ แต่ผมรู้ตัวดีว่า ผมนะมันแก่แล้ว! ต้อง เร่งทำแต่สิ่งดีๆ เพราะเวลาของผมเหลือน้อยลงเต็มที่

นั้นคือ คำตอบของคนที่ครองสติได้หนักแน่น ตระหนักดีว่า ตัวเองเป็นอย่างไร ต้องจัดการกับชีวิตอย่างไร

The happiness of the boss of Songkhla

Nakorn Nok Nak Road, in the heart of Songkhla, has a long history of settling in 190 years, along with the establishment of the city of Songkhla. Since the reign of King Rama III of Rattanakosin In the year 2375

At present, Nakorn Nok Nak Road is part of the area where A commercial building And one dense residential area is an important road which has a connection to other roads Of Songkhla town community

บทที่ ๓๘

ขอขอบคุณ : google.com

แนะนำติชม : scribblingsandsuch.com

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สร้างความสุข และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร