บทที่ ๔๐ สุขภาพจิตและสุขภาพกาย

บทที่ ๔๐

บทที่ ๔๐

เวลาประมาณตีห้าของทุกๆ เช้า (ยกเว้นเช้าวันจันทร์เพียง วันเดียว) เหล่าสมาชิกของชมรมต่างชวนกันไปออกกำลังกายตาม ความถนัด และตามวัยของแต่ละคน บ้างก็เดิน บ้างก็วิ่ง บางคนก็ว่ายน้ำ บางคนก็เล่นเทนนิส ฯลฯ

หลังจากการออกกำลังกายตามความถนัด เวลาประมาณ ๐๖.๓๐ นาฬิกา พวกเราต่างก็ไปพบกันที่ร้านอาหาร ตามที่ได้นัด หมายไว้ล่วงหน้า ตามตารางที่เลขานุการของชมรมพิมพ์แจกใน แต่ละเดือน ดื่มน้ำชา กาแฟ สั่งอาหารเช้ามากินกันตามอัธยาศัย โดยหมุนเวียนเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ

สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข และคิดว่า ตัวเองได้ประโยชน์มาก จากการเป็นสมาชิกของชมรมกาแฟรุ่งอรุณ ก็คือ การได้รู้จักกับผู้คนมากหน้าหลายตา ได้ฟัง ได้หัวเราะ ได้มีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์ ของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต จากการที่สมาชิกแต่ละท่านได้นำมาเล่าสู่กันฟัง ในเวลารุ่งอรุณของแต่ละวัน เพราะนั่น คือ การ จัดการความรู้การถ่ายทอดประสบการณ์จากคนหนึ่งไปสู่อีกหลายๆ คนนำมาใช้เป็นวัตถุดิบที่ผมพยายามสะสมเอาไว้ เพื่อใช้ในการ เขียนหนังสือให้คุณได้อ่าน ในลําดับต่อๆ ไป

“ในชีวิตทุกวันๆ ก็ได้มีโอกาสเข้าโรงเรียน ก็หาความรู้ แล้ว มีโอกาสที่จะได้เห็นชีวิตของตัวเองและของคนอื่น ขอให้ถือว่าเป็น อาหารทั้งนั้น เป็นอาหารสมอง และเมื่อได้รับอาหารแล้ว ให้ไป พิจารณา คือไปใตร่ตรอง ไปคิดให้ดี ถ้าทำเช่นนี้แล้ว ทุกคนจะ สามารถที่จะสร้างตัวเองให้แข็งแรง เพื่อที่จะทำประโยชน์แก่ตนเอง สร้างบ้านเมืองสร้างท้องที่ของตัว สร้างตนเองให้เจริญตามที่ทุกคน ต้องการ”

(กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่ คณะเยาวชนชายหญิงจากถิ่นทุรกันดารในเขตปฏิบัติการของหน่วยพัฒนาการ

เคลื่อนที่ต่างๆ รวม ๒๔ จังหวัด พร้อมด้วยพี่เลี้ยงและเจ้าหน้าที่ ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันศุกร์ที่ 5 เมษายน ๒๕๑๖)

สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขมากที่สุด กับการเป็นสมาชิกชมรม กาแฟรุ่งอรุณ ก็คือ การได้หัวเราะ สนุกสนานกับการได้พูดคุยกันเรื่องสนุก ที่แต่ละคนงัดออกมาเล่า แทบที่จะไม่ซ้ำเรื่องในแต่ละวัน เพราะสมาชิกส่วนใหญ่ เป็นคนที่มีสุขภาพจิตดี มากมีอารมณ์ขัน

ในวงการแพทย์เชื่อว่า การได้หัวเราะบ่อยๆ ในแต่ละวัน จะช่วยให้มีอายุที่ยืนยาวขึ้น และผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ตั้งเป้าหมาย เอาไว้ว่า จะมีอายุยืนสัก ๑๐๐ ปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสพระราชดำรัสใน โอกาสที่คณะจิตแพทย์ นักวิชาการสุขภาพจิต อาจารย์จาก มหาวิทยาลัยและผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันต่างๆ เข้าเฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาท ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เมื่อวันอังคารที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๐ มีใจความว่า…

“สุขภาพจิตและสุขภาพกายนั้น พูดได้ว่าสุขภาพจิตสำคัญ กว่าสุขภาพกายด้วยซ้ำ เพราะว่าคนไหนที่ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่จิตใจฟันเฟือน ไม่ได้เรื่องนั้น ถ้าทําอะไรก็จะยุ่งกันได้ กายที่แข็งแรงนั้น ก็จะไม่เป็นประโยชน์ต่อตนเองหรือสังคมอย่างใด ส่วนคน ที่สุขภาพกายไม่สู้จะแข็งแรงแต่สุขภาพจิตดี หมายความว่าจิตใจดี รู้จักจิตใจของตัว และรู้จักปฏิบัติให้ถูกต้อง ย่อมเป็นประโยชน์ต่อ ตัวเองมาก และเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้มาก ในที่สุด สุขภาพจิต ที่ดี ก็อาจจะพามาซึ่งสุขภาพทางกายได้ หรือถ้าสุขภาพกายไม่ดีนัก ก็ไม่ต้องถือว่า เป็นของสำคัญ”

It’s about five o’clock every morning (except for one Monday morning). The members of the club invite each other to exercise according to their individual aptitude and age, some walk and run, others swim. Some people play tennis, etc.

After exercising according to the aptitude at around 6.30 am, we met at a restaurant as planned. According to the schedule of the secretary of the printing club, distributed each month, drink tea, coffee, order breakfast, eat for free. By circulating and changing into hosts

What makes me happy and thinks of myself is very helpful. From being a member of Rung Arun Coffee Club is to get to know many people, listen to laugh, have the opportunity to learn experience. Of successful people in life From the fact that each member has been told At the dawn of each day because that is knowledge management, transferring experience from one person to another. People use it as a raw material that I am trying to accumulate. For use in Write books for you to read further.

บทที่ ๔๐

ขอขอบคุณ : google.com

แนะนำติชม : scribblingsandsuch.com

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สร้างความสุข และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร