บทที่ ๔๓ มองปัญหาเหล่านั้นอย่างเป็นมิตรตั้งจิตให้ชอบที่จะแก้ไข

บทที่ ๔๓

บทที่ ๔๓

เมื่อทำใจให้รักก็จะเกิดความขยันหมั่นเพียร สู้งาน หากเผชิญกับปัญหา ผมจะใช้สติ เพ่งมองปัญหาเหล่านั้นอย่างเป็นมิตรตั้งจิตให้ชอบที่จะแก้ไข ใช้สติปัญญา ความรอบรู้ หรือหากยังไม่รู้ก็หมั่นศึกษา พัฒนาตนเองให้สามารถฝ่าฟันใให้ลุล่วง ให้ความเอาใจใส่

ฝักใฝ่ในงานที่ทำอย่างสม่ำเสมอ หมั่นสอดส่อง ไตร่ตรองวิเคราะห์ การทำงานที่ผ่านมา ไม่ใช่เพื่อการจับผิดเพื่อนร่วมงาน แต่เพื่อแก้ไข พัฒนางานที่รับผิดชอบให้เจริญก้าวหน้า ยิ่งๆ ขึ้นไป

ผมไม่เคยจมอยู่กับความเครียดในการทำงาน หากเหนื่อยนัก ก็จะหยุดพักสักหน่อย โดยอาจจะใช้วิธีบริหารร่างกายในห้องทำงาน มาช่วยลดความตึงเครียด ซึ่งทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  • เหยียดหลังตั้งตรง การนั่งหลังตรงคือ จุดเริ่มต้นของ การมีสุขภาพดี และจะทําให้ไม่ต้องเผชิญกับโรคปวดหลังเมื่ออายุมาก
  • บริหารคอ โดยเอียงไปทางซ้าย ขวา หน้า หลัง หยุดนิ่ง ในแต่ละจังหวะประมาณ ๑๐ วินาที
  • บริหารแขนและข้อมือ ยืนแขนหนึ่งข้างออกไป โดยใช้ มืออีกข้างช่วยจับ และเหยียดให้สุด ทำค้างประมาณ ๑๐ วินาที ทำสลับกันไปทั้งสองข้าง
  • บริหารนิ้วมือ ตั้งฝ่ามือขึ้น แล้วจากนั้นเหยียดนิ้วโป้ง ขึ้นแล้วยกอีก ๔ นิ้ว แล้วเหยียดปล่อย ทำซ้ำประมาณ ๕ ครั้ง สลับกันไปทั้งสองข้าง
  • บริหารช่วงอกและแขน หามุมเหมาะในห้องทำงาน ยืน หันหน้าเข้าหากำแพง ห่างประมาณ ๑ ฟุต ยกแขนขึ้นให้ข้อศอกอยู่ ระดับเดียวกับหัวไหล่ จากนั้นทิ้งน้ำหนักไปที่กำแพงค้างไว้ประมาณ ๑๐ วินาที่ ขยับแข้ง ขยับขา สะบัดไหล่ คลายความตึงของเส้นสาย

หากยังไม่หายเครียด ผมก็จะเดินออกจากห้องไปพูดคุยเรื่องสนุกๆ กับเพื่อนร่วมงานที่มีอารมณ์ขันอยู่เป็นนิจ หรือไม่ก็ออก ไปเดินเล่นในสวนหย่อมที่หน่วยงานจัดทำไว้… เพื่อผ่อนด อิริยาบถ

ผมจะไม่ยอมให้ความเครียดเข้ามาอยู่กับตัวนานๆ เพราะการทำงานท่ามกลางความเครียด ท่ามกลางแรงกดดันนั้น ไม่สามารถทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพได้ และอาจจะเสี่ยงต่อความ ผิดพลาดและล้มเหลวได้ง่าย

หากเลือกได้ ผมมีความสุขที่จะปฏิบัติงานในแนวที่ผมถนัด จริงอยู่ คนเราเรียนรู้กันได้เสมอ แต่กับบางสายงานที่แบกรับไม่ไหว จริงๆ ผมก็ต้องขอโทษที่รับข้อเสนอไม่ได้ พร้อมกับแสดงความขอบคุณที่เจ้านายให้โอกาส

อย่างไรก็ตาม หากเป็นงานที่เจ้านายสั่งให้ทำ ผมก็พร้อมเสมอที่จะทำใจให้รัก และเรียนรู้ที่จะอยู่กับงานนั้น ด้วยความตั้งใจ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรม ราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๔๑ มีใจความส่วนหนึ่งว่า

“การรู้จักประมาณตน ได้แก่ การรู้จักและยอมรับว่าตนเอง มีภูมิปัญญาและความสามารถด้านไหน เพียงใด และควรจะทำงาน ด้านไหน อย่างไร การรู้จักประมาณตนนี้ จะทำให้คนเรารู้จักใช้ความรู้

ความสามารถที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมกับงาน และได้ประโยชน์สูงสุด เต็มตามประสิทธิภาพ

ทั้งยังทำให้รู้จักขวนขวายศึกษาหาความรู้และเพิ่มพูน ประสบการณ์อยู่เสมอ เพื่อปรับปรุง ส่งเสริมศักยภาพที่มีอยู่ใน ตนเองให้ยิ่งสูงขึ้น”

ผมเชื่อมั่นในตัวเองและเพื่อนร่วมงาน พร้อมเสมอที่จะฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นร่วมกัน หากมีความผิดพลาดเกิด ขึ้นจากการทำงานก็พร้อมที่จะให้อภัยตัวเอง และเพื่อนร่วมงาน

ผมไม่เห็นประโยชน์ในการยึดติดกับปัญหาหรือความ ผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพราะรังแต่จะทำให้ยิ่งจมปลักอยู่กับปัญหาเพิ่ม ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะตำหนิตัวเองหรือตำหนิเพื่อนร่วมงาน ผมจะเตือนตัวเองเสมอว่า “สีเท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลัง”

เมื่อพบข้อผิดพลาด ก็ขอเพียงให้มีการเรียนรู้จากความ ผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อใช้เตือนสติตัวเองไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำสอง

สิ่งที่ผมทำ คือ ตั้งสติให้มัน ตรวจสอบ ทบทวน ตริตรอง หาเหตุผลในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยผมจะไม่เริ่มต้นด้วยการ ควานหาตัวคนรับผิดชอบ และไม่คิดตำหนิใครก่อน เป็นอันดับแรก

When confessing to love, it will lead to diligence and perseverance. In the face of problems, I will use my mind to look at those issues in a friendly manner, setting my mind to like to correct, use wisdom, knowledge, or if still do not know, then study. Develop oneself to be able to overcome the challenges Give attention

Regularly concentrate on work performed, monitoring, analysis Past work Not to fault colleagues But to correct Develop work that is responsible to progress even further.

I have never been caught up in work stress. If tired Will take a break By may use physical exercises in the office To help reduce tension Which can be done easily as follows

Straight back Sitting straight back is The beginning of Being healthy And will prevent you from having to suffer from back pain at an older age

Neck management, tilted to the left, right, front, back, stand still at each stroke for about 10 seconds.

Exercise arms and wrists Stand one arm out with the other hand to help hold. And stretched to the max. Hold for about 10 seconds, alternating on both sides.

บทที่ ๔๓

ขอขอบคุณ : google.com

แนะนำติชม : scribblingsandsuch.com

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สร้างความสุข และติดป้ายกำกับ , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร