บทที่ ๔๖ ความสุขจากการปรารภความตาย

บทที่ ๔๖

บทที่ ๔๖

ผมตั้งคำถามกับตัวเองหลายครั้งว่า จะดีหรือไม่ หากนำ เอาเรื่อง “ความสุขจากการปรารภความตาย” มาเขียนเป็นบทส่งท้าย ของเรื่องนี้

เพราะเมื่อกล่าวถึงความตาย แทบทุกคนมักจะเบือนหน้า หนีและไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ ทุกคนล้วนไม่สามารถ หลีกพ้นจากความตายไปได้

“เมื่อใดบัณฑิตรู้ว่าชราและมรณะเป็นทุกข์ กำหนดรู้ทุกข์ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยแห่งปุถุชน มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ ประสบความยินดีที่ยิ่งกว่านั้น”

ในเมื่อความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ผมจึงตัดสินใจที่จะพูดถึง “ความสุขจากการปรารภความตาย” เป็นบทส่งท้าย ทุกวันนี้ มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ยึดติดกับการเสพสุขโดยหลงลืมความตาย โดยไม่ได้คิดว่า ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต

ถ้าปรารภถึงความตาย เราก็จะมุ่งสร้างความดี ทำชีวิตให้มี คุณค่าสอดคล้องกับคัมภีร์พระไตรปิฎกที่เขียนว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย… เพราะอาศัยอํานาจประโยชน์อะไร สตรี บุรุษ คฤหัสถ์หรือบรรพชิต จึงควรพิจารณาเนื่องๆ ว่า เรามี ความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความมัวเมาในชีวิตมีอยู่แก่สัตว์ทั้ง หลาย ซึ่งเป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ เมื่อเขาพิจารณาฐานะนั้นอยู่เนืองๆ ย่อมละความมัวเมาในชีวิตนั้น ได้โดยสิ้นเชิง หรือทําให้เบาบางลงได้

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์นี้แล สตรี บุรุษ คฤหัสถ์หรือบรรพชิต จึงควรพิจารณาเนื่องๆ ว่า เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้”

(พระไตรปิฎก)

สังคมทุกวันนี้ เป็นสังคมบริโภคนิยม ไม่ปรารภความตาย ไม่รับรู้ หลงลืม เหมือนคิดว่าจะมีชีวิตเป็นอมตะ จะอยู่ค้ำฟ้า เลย พยายามสร้างและสะสมอะไรมากมาย สะสมทรัพย์สินไม่เคยพอ ถ้า ปรารภความตายอยู่เป็นนิจ คิดได้ว่าอายุของเราไม่ยืนยาว ก็จะ ตระหนักได้ว่า การแสวงหาเงินทองมากมาย เป็นพันล้าน หมื่นล้าน เป็นความโง่อย่างหนึ่ง เพราะไม่มีทางจะใช้ได้หมด สุดท้ายแม้แต่ เงินปากศพก็พกติดตัวไปไม่ได้

ใช้ชีวิตให้เสมือนว่า พรุ่งนี้ท่านจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เรียนรู้ให้เสมือนว่า ท่านจะอยู่ในโลกนี้ต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด”

(มหาตมะคานธี)

I have asked myself many times whether or not it would be good if I wrote “Happy from the foreword to death” to write in the epilogue Of this book

Because when it comes to death Almost everyone tends to turn away. Run away and don’t want to talk about it even though everyone can’t Able to escape from death

“When did the graduates know that old and dead are suffering Determine suffering Which is the home of mortals Consciousness and contemplation at that time would not experience greater joy than that. “

When the truth is not dead I decided to talk about “Happiness from foreword to death” is the epilogue of this book. Today, not many people That is attached to eating by forgetting to die Without thinking that Death is not the end of life.

If foreword to death We will focus on creating goodness to make life worthwhile in accordance with the scriptures written in the Tipitaka that

“Look, all the monks … Because of what power does the woman, male householder, or monk? Should therefore be continually considered that we are naturally dead Not passing away death

Look, all the monks Passion in life was upon the animals, which caused the animals to behave dishonestly, verbally and mentally. Will inevitably have a passion for that life Totally Or can be sparse

บทที่ ๔๖

ขอขอบคุณ : google.com

แนะนำติชม : scribblingsandsuch.com

เรื่องนี้ถูกเขียนใน สร้างความสุข และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร